
มีเรื่องราวมากมาย
ทดสอบ,เรียกร้องความเข้มแข็ง
ฉันนั่งมองชีวิต
บัดนี้..ฉันเป็นอิสระ
ที่จะลุกขึ้นยืนและเดิน
กับเงาของตนเอง
ชีวิตช่างแสนสั้น
ความสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่
กลายเป็นจุดเริ่มต้น.
ลมหนาว..หนาวสะท้าน
ไม่มีซึ่งจุดหมายปลายทาง
เพียงเดินไปกับเธอ

บนชิงช้าในเงาสลัวใต้ต้นสนโบราณ
ดอกราตรีส่งกลิ่นหอมเศร้าโชยมาจากที่ไหนสักแห่ง
ฉันแหงนมองจันทร์กระจ่างฟ้า
ค่ำคืนนี้ไม่มีดวงดาว
ไม่มีดาวสักดวงที่จะกระพริบตาให้ฉัน
ลมหนาวพัดทิวสนวู่หวิว
ดอกราตรีส่งกลิ่นหอมเศร้า
ฉันร้องเพลงของความป่วยไข้ขณะที่ชิงช้ากวัดไกว
และเดินบนพื้นทรายที่เงาของฉันทอดยาวอยู่เบื้องหน้า
ไกลออกไปมีแต่เงาตะคุ่มอันน่าหวั่นหวาด
กระนั้น..สองมือของฉันบรรจบกัน
เป็ดอ้าปากผงาบๆ นกกางปีกโผบิน
ยังมีเงาของหมาจิ้งจอกแยกเขี้ยวอ้าปากกว้างซึ่งทำให้ฉันฝันร้าย
คงเพราะเช่นนี้ ฉันจึงไม่ได้ยิ้ม
จริงหรือที่วัยเยาว์ซ่อนอยู่ในหัวใจของเรา
ความสดใส ความฝัน ความหวัง หรือความวู่วาม
ดอกราตรีส่งกลิ่นหอมเศร้าโชยมาจากที่ไหนสักแห่ง
คลื่นลูกโตถาโถมมาสู่ฉัน
ฉันออกวิ่งสุดฝีเท้าไปบนทรายนุ่มชื้น
อดีตผ่านไปไม่หวลคืน ความเศร้าและความอ่อนแอ
ฉันวิ่งไปข้างหน้า..
ทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง…
แม้กระทั่งดวงจันทร์

ไฟสีเหลืองซีดเซียวสองฟากถนน
ลมหนาวแทรกเข้าไปในทรวงอก
ขณะภาระะร่วงหลุดจากบ่า
เหลือแค่บ้าหอบฟาง..
ไม่นานแผ่นฟ้าจะเรื่อเรือง
ไฟสีเหลืองจะดับลง
แต่..ฉันยืนงงตรงทางแยกแปลกเปลี่ยว
……………….
เถิด..หลับไหล
ทิ้งให้ฉัน ร้องไห้ ยิ้ม หัวเราะ เหลียวหา...
เถิดหลับฝัน
ทิ้งให้ฉันร่ายรำ..
กับรักอันเลื่อนลอย....
นับหนึ่งถึงสิบ ถึงพัน
.....
อย่านึกว่าฉันจะไม่คอย.